วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เทศกาลงานประเพณี,กิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

จังหวัดเชียงราย :: เทศกาลงานประเพณี


งานไหว้สาพญาเม็งราย 
หรือ งานพ่อขุนเม็งรายมหาราช
จัดขั้นวันที่ 26 มกราคม  - 1 กุมภาพันธ์ ของทุกปี
มีพิธีบวงสรวง  มีการออกร้าน จัดนิทรรศการของส่วนราชการและเอกชน และงานรื่นเริงอื่น ๆ






งานวันลิ้นจี่เชียงรายและสับปะรดนางแล



จัดขึ้นประมาณกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี การประกวดขบวนรถและธิดาลิ้นจี่ และการออกร้าน




 งานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม

จัดในเดือนกุมภาพันธ์ มีการประกวดไม้ดอกไม้ประดับ การประกวดกล้วยไม้และสวนกล้วยไม้ นิทรรศการด้านวิชาการการเกษตรและการประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม

  
 งานดอกเสี้ยวบานที่ภูชี้ฟ้า  

                                
จัดระหว่างวันที่ 13-15กุมภาพันธ์
มีการแข่งขันกีฬาและการแสดงศิลป-วัฒนธรรมชาวดอยณบ้านร่มฟ้าไทยอำเภอเทิง







งานประเพณีสงกรานต์และแข่งเรือเมืองเชียงแสน

 อำเภอเชียงแสน จัดงานวันที่ 16-18 เมษายน ของทุกปี ในงานมีขบวนแห่และสรงน้ำพระเจ้าล้านทอง การแข่งเรือและมหรสพพื้นเมือง
 


งานเทศกาลดอกบัวตองบาน

จัดในเดือนพฤศจิกายน ชมการแสดงของชาวเขาเผ่าต่างๆ ทุ่งบัวตองบาน น้ำตก และทะเลหมอก ณ บ้านหัวแม่คำ อำเภอแม่ฟ้าหลวง





จังหวัดเชียงราย :: กิจกรรมท่องเที่ยวน่าสนใจ
ล่องแก่งแม่กก ท่าตอน-เชียงราย
ท่าตอนเป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำกก เหนือขึ้นไปจากอำเภอฝาง ๒๔ กิโลเมตร จากเชียงใหม่มีรถประจำทางออกจากประตูช้างเผือกไปลงที่ฝางใช้เวลาประมาณ ๔ ชั่วโมง จากนั้นมีรถสองแถววิ่งประจำระหว่างฝางกับท่าตอน ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที และจากท่าตอนมีเรือหางยาวบริการถึงเชียงราย ออกจากท่าตอนเวลา ๑๒.๓๐ น. ถึงเชียงราย ๑๖.๓๐ น. และจากเชียงรายเวลา ๑๐.๓๐ น. ถึงท่าตอน ๑๕.๓๐ น. ระยะทาง ๘๐ กิโลเมตร ค่าโดยสารคนละ ๒๐๐ บาท ถ้าหากต้องการเช่าเรือเหมาลำราคา ๑,๖๐๐ บาท นั่งได้ ๘ คน ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานชมรมเรือบ้านท่าตอน โทร. ๐ ๕๓๔๕ ๙๔๒๗

นอกจากนี้ยังมีบริการล่องแพตามลำน้ำกกจากท่าตอนไปเชียงรายใช้เวลา ๓ วัน ๒ คืน รายละเอียดติดต่อร้านชาวแพ (ทิพย์แทรเวล) ๒๑๑ หมู่ ๓ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โทร. ๐ ๕๓๔๕ ๙๓๑๒ ที่ท่าตอนมีรีสอร์ทและเกสท์เฮ้าส์ ๔-๕ แห่ง หรือจะพักที่ฝาง (๒๒ กิโลเมตรจากท่าตอน)

จุดท่องเที่ยวทางน้ำ (จากท่าตอน จ.เชียงใหม่-ท่าเรือเชียงราย)
- พระธาตุสบฝาง (อำเภอฝาง) บ้านแม่สลัก (เขตแดนเชียงใหม่-เชียงราย) บ้านใหม่ (หมู่บ้านไทยใหญ่) บ้านเมืองงาม (หมู่บ้านกะเหรี่ยง) บ้านผาใต้ (หมู่บ้านมูเซอ) บ้านจะคือ (หมู่บ้านมูเซอ) บ้านผามูบใหม่ (หมู่บ้านมูเซอใหม่) โป่งน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร (หมู่บ้านกะเหรี่ยงมีบริการนั่งช้าง)
การท่องเที่ยวชายแดนไทย-ลาว-พม่า
จุดผ่านแดนจังหวัดเชียงรายมี๓จุดคือ

1. ด่านอำเภอเชียงแสน ฝั่งตรงข้ามคือด่านเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย ๖๐ กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่บริเวณท่าเรือหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน เป็นจุดเดินทางท่องเที่ยวตามลำน้ำโขงโดยทางเรือไปถึงเชียงรุ้ง สิบสองปันนาจีนตอนใต้

2. ด่านอำเภอเชียงของ ฝั่งตรงข้ามคือด่านเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย ๑๑๔ กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือบั๊ค เป็นจุดข้ามไปท่องเที่ยวเมืองห้วยทราย และเดินทางตามลำน้ำโขงโดยทางเรือไปถึงหลวงพระบางและเวียงจันทน์ สปป.ลาว แล้วกลับเข้าประเทศไทยที่จังหวัดหนองคาย (เรือเร็วออกเดินทางช่วงเช้า นั่งได้ ๕ คน ๆ ละ ๘๐๐ บาท ใช้เวลา ๕ ชั่วโมง เรือสินค้าออกเดินทางช่วงบ่ายคนละ ๓๐๐ บาท ใช้เวลา ๒ วัน ๑ คืน)

3. ด่านอำเภอแม่สาย ฝั่งตรงข้ามคือด่านท่าขี้เหล็ก สหภาพพม่า ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย ๖๐ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ๑ ชั่วโมง ตั้งอยู่เชิงสะพานข้ามแดนไทย-พม่า เป็นตลาดชายแดนไทย-พม่า และเป็นจุดเดินทางท่องเที่ยวไปเชียงตุงได้ โดยทางรถยนต์
หนังสือเดินทางสำหรับการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในลาว-พม่า
1.  หนังสือเดินทาง (Passport) สำหรับประชาชนทุกสัญชาติที่มีวีซ่า สปป.ลาว-สหภาพพม่า สามารถเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศทั้งสองได้เป็นเวลา ๑๕ วัน

2. หนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) สำหรับประชาชนสัญชาติไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยใช้ผ่านแดนได้เพียงครั้งเดียว รวมทั้งให้บุตรที่อายุไม่เกิน ๑๒ ปี มีชื่อร่วมอยู่ในหนังสือผ่านแดนนี้ได้ด้วย อนุญาตให้พำนักอยู่ในพื้นที่ชายแดน แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ได้ ๓ วัน และเข้าเมืองท่าขึ้เหล็ก สหภาพพม่าได้ ๗ วัน (เข้าจุดไหนต้องออกจุดนั้นและหากเดินทางออกนอกพื้นที่ชายแดนตามที่ได้ระบุไว้นี้ จะต้องได้รับโทษตามกฎหมายของ สปป.ลาวและสหภาพพม่า)

2.1 เอกสารที่ต้องใช้ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือบัตรอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ ถ้าเข้าสปป.ลาว ต้องใช้รูปถ่ายขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๒ รูป และค่าแบบฟอร์ม ๑๕ บาท สำหรับสหภาพพม่าไม่ต้องใช้รูป

2.2 สถานที่ขอหนังสือฯ ขอได้ที่ ที่ว่าการอำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ และสถานที่ที่จังหวัดกำหนด สำหรับอำเภอแม่สายขอได้ที่ทำการเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากอำเภอแม่สายแล้ว หรือติดต่อชมรมบัตรผ่านแดนอำเภอแม่สาย โทร. ๐ ๕๓๖๔ ๒๖๓๖


ท่องเที่ยวเชิงเกษตร

1.ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย 


   1.การท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
   2.การท่องเที่ยงพักผ่อนเชิง  อนุรักษ์
   3.การประสานงานด้านการท่องเที่ยว




2.สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี
บนยอดดอยวาวี สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 - 1,500 เมตร อากาศเย็นสบายดีตลอดปี ทำให้ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย หรือ สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งศึกษา ดูงาน และท่องเที่ยว เชิงเกษตร ที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ด้วยบรรยากาศภายในบริเวณศูนย์ที่ร่มรื่น รายล้อมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น ต้น โปรเตีย แบงค์เซีย ซากุระ ที่แย้มดอกสวยสดงดงามแปลกตาอยู่ทั่วไป ทั้งยังอบอวลด้วยกลิ่นหอมของไม้หอมเมืองหนาว นานาชนิด เช่น ดอกลำโพง ที่ส่งกลิ่นทุกค่ำคืน และยังมีไม้ดอกที่หาชมได้ยาก คือ ว่านสี่ทิศ พร้อมทั้งกาแฟสดพันธุ์อาราบิก้า และชาจีนหอมกรุ่น ไว้ให้ท่านลิ้มชิมรสได้ฟรี
         นอกจากภายในบริเวญศูนย์ฯ จะมีจุดท่องเที่ยวให้ท่านได้เยี่ยมชม และหาความสำราญหลายแห่งแล้ว บริเวณใกล้เคียงกับศูนย์ฯ ยังมีหมู่บ้ายชาวไทยภูเขาเผ่าอีก้อ ลีซอ และจีนฮ่อ ให้ท่านได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของพวกเขาอย่างใกล้ชิด ซึ่งท่านควรมีเวลาท่องเที่ยวอย่างน้อย 2-3 วัน โดยทางศูนย์ฯ พร้อมที่จะให้บริการบ้านพัก จุดกางเต้นท์ ร้านค้า ร้านอาหาร ตลอดทั้งปี

3. ยอดดอยกาดผี

อ.แม่สรวย เส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ดอยกาดผีแหล่งชมทะเลหมอกใหม่ล่าสุด สวยสุดและมหัศจรรย์ที่สุดของ
จ.เชียงราย ซ่อนความงามอยู่ในเทือกดอยวาวี อ.แม่สรวย เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายใช้เวลาราว 3ชม.รถยนต์สามารถขึ้นถึงได้ ตื่นตากับมุมมองแบบรอบทิศทาง (panorama) สวยสุดอยู่ด้านตะวันออก เห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนแต่มุมอื่นก็สามารถดูได้รอบตัว ใกล้ดอยนี้มีที่เที่ยวคือดอยวาวี แหล่งปลูกชาและถ้าถามหาถิ่นกาแฟก็คือดอยช้างที่สามารถดูดอกพญาเสือโคร่งบานได้ด้วย

http://www.chiangraifocus.com/attractions/details.php?id=36&district=1
4.ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงดอยหัวแม่คำ

  เป็นศูนย์ฯที่ส่งเสริมให้ชาวบ้านสร้างรายได้โดยการปลูกไม้เมืองหนาว ที่เหมาะสมกับการปลูกบนพื้นที่สูง อีกทั้งยังเป็นการถ่ายทอดเทคนิคการปลูกไม้ดอกเมืองหนาวไปสู่เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวและใกล้เคียง ไม้ดอกเมืองหนาวที่ทดลองกันอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ กล้วยไม้ เยอบีร่า มิกกี้เม้าท์ คาราลิลลี่ สนหอม ยูคาประดับ คาร์เนชั่น ทิวลิป ส่วนไม้กระถางก็มีลิลลี่กระถาง กุหลาบพันปี


5.ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงดอยผาหม่น
เป็นศูนย์ส่งเสริมการเพาะปลูกดอกไม้เมืองหนาว เช่น ดอกทิวลิป ดอกลิลลี่ ดอกซัลเวียสีแดง ต้นคริสต์มาสสีแดง หลากสีหลายพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวดอกไม้จะออกดอกสวยงามเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชม รอบบริเวณยังมีทิวทัศน์สวยงามดูแล้วสดชื่นท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น ศูนย์ฯ มีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยว


6.ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย  

มีทั้งที่ราบ เชิงเขา ภูเขา และป่าไม้ โดยเฉพาะเชิงเขาทางทิศตะวันตก ติดต่อกับ อ.แม่ฟ้าหลวง เป็นแหล่งต้นน้ำแม่คำ ที่รู้จักกันมากคือ สำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง โดยมี พระครูบาเหนือชัย โฆสิโต เป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมฯ และเป็นประฐานโครงการมิตรมวลชน คนชายแดน ในพระสังฆราชุปถัมภ์ ที่ใช้ม้าเป็นพาหนะในการออกไปโปรดคนตามแนวชายแดน ซึ่งมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ



7.สถานีเกษตรที่สูงตามแนวพระราชดำริ บ้านปางขอน

 
ตั้งอยู่บนยอดดอยเกี๊ย อากาศเย็นตลอดทั้งปี และยังเป็น แหล่งเพาะปลูกพืชผักและดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิด สำหรับท่านที่ต้องการทานผักสดๆ


 และผักปลอดสารพิษท่านสามารถไปเลือกผักด้วยตัวเองได้ซึ่งราคาเป็นกันเอง เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการขึ้นมากางเต้นนอนพักแรมตื่นเช้าดูพระอาทิตย์ขึ้นสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมบรรยกาศทะเลหมอก  ที่ไม่ต้องไปไกลถึงต่างจังหวัด กรณีนักท่องเที่ยวที่ชอบดูพันธุ์ไม้ท่านสามารถเดินทางด้วยเท้าไปชมความงานของต้นชาพันปี ได้ มีรยะทาง 2 กิโลเมตร ซึ่งท่านจะได้พบกับ ต้นชาพันปี  ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีแห่งเดียวในประเทศไทย สามารถเดินทางได้ทุกฤดูช่วงหน้าฝนการเดินทางจะลำบาก เพราะถนนลื่น เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

8.สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ดอยบ่อ

 ดอยบ่อ เป็นที่ตั้งโครงการพระราชดำริดอยบ่อ ในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวเขา ให้ได้รับการเรียนรู้เกษตรแผนใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย จัดสรรที่ทำกินที่เหมาะสม ที่สามารถทำการเกษตรได้ทั่วทั้งปี มีระบบน้ำที่เอื้อต่อการเกษตร ชาวบ้านที่มาร่วมในโครงการจะเริ่มจากหมู่บ้านไกล้เคียงหลังจากนั้นจะทยอย ขยายสู่หมู่บ้านที่ไกลออกไปตามลำดับ ภายในโครงการพระราชดำริ ได้รับความร่วมมือจากหลายๆหน่วยงาน
ดอยบ่อ เป็นแหล่งประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,345 เมตร เคยเป็นฐานเฝ้าระวังภัยทางอากาศ เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปีพ.ศ. 2488 หลังจากสงครามผ่านไปแล้วได้มีชาวเขาเผ่าเย้ากลุ่มหนึ่งประมาณ 30 หลังคาเรือน พากันอพยพขึ้นมาอยู่บนดอยบ่อบริเวณขุนห้วยแม่ซ้าย มีชาวเขาเผ่าอาข่า อีกกลุ่มหนึ่งได้พากันอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณขุนห้วยโป่งผำ และชาวเขาเผ่ามูเซออีกกลุ่มหนึ่งได้อพยพมาอยู่บริเวณขุนห้วยแม่สักกอง ชาวเขาทั้ง 3 กลุ่มได้พากันแผ้วถางป่าเพื่อเอาพื้นที่ปลูกฝิ่นและทำไร่ข้าว ป่าไม้ได้ถูกทำลายลงเป็นจำนวนมากจนดินหมดความอุดมสมบูรณ์ ชาวเขาเผ่าเย้าและ อาข่า จึงพากันอพยพไปอยู่ที่อื่นคงเหลือแต่เผ่ามูเซอที่ยังอยู่ที่เดิมจนถึงปัจจุบัน




วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ทำความรู้จัก..จังหวัดเชียงราย...กันเถอะ




ข้อมูลทั่วไปของจังหวัด เชียงราย
เชียงราย เป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนขนาบทั้งด้านฝั่งตะวันออกเและฝั่งตะวันตก โดยมีที่ราบอยู่ตรงกลางเริ่มจากเหนือสุดไล่ลงมาจนถึงจังหวัด-พะเยา  
เทือกเขาฝั่งตะวันตกมี สถานที่ท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงคือ ดอยแม่สลอง ดอยตุง 
เทือกเขาฝั่งตะวันออก  สถานที่ท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงคือ ภูชี้ฟ้า
 
เชียงราย  เป็นจุดแรกที่แม่น้ำโขงไหลเข้ามายังดินแดนของประเทศไทยคือที่สามเหลี่ยม-ทองคำ อ. เชียงแสน และไหลออกจากประเทศไทยอีกครั้งในจังหวัดเชียงราย ที่อำเภอ เวียงแก่น  การมาของ แม่น้ำโขงเป็นที่มาของ สถานที่ท่องเที่ยว คือ สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นจุดบรรจบกัน 3 ประเทศคือไทย ลาว พม่า ปัจจุบันเป็น แหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจไปเที่ยวกันมาก  ที่อำเภอ เชียงแสน มี สถานที่ท่องเที่ยว ทางโบราณสถานมากมาย และมี ทะเลสาบเชียงแสน เป็น สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และ เป็นแหล่งดูนก ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ เชียงรายยังมีแหล่งชอปปิ้งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจกันมากคือ แม่สาย เป็น จุดเหนือสุดแดนสยาม ข้ามฝั่งพม่าไปก็จะเป็นแหล่งชอปปิ้งที่คนไทยชอบข้ามไปเที่ยวคือ ตลาดท่าขี้เหล็ก  นอกจากนี้เชียงรายยังมี Unseen คือ พระขี่ม้าบิณบาตร

เชียงราย มีพื้นที่ทั้งหมด 11,678  ตารางกิโลเมตร   แบ่งการปกครองเป็น 16 อำเภอ และอีก 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ 
1. อ.เมือง              5. อ.แม่สาย            9. อ.เชียงแสน             13. อ.เชียงของ 
2. อ.เวียงป่าเป้า     6. อ. เทิง                10. อ.เวียงแก่น            14. อ.ป่าแดด 
3. อ.พาน               7. อ.แม่สรวย         11. อ.เวียงชัย               15. อ.แม่จัน
4. อ.พญาเม็งราย   8. อ.ขุนตาล            12. อ.แม่ฟ้าหลวง        16. อ.แม่ลาว
                              กิ่ง อ. เวียงเชียงรุ้ง  และกิ่ง อ. ดอยหลวง
อนาเขต
ทิศเหนือ               *         ติดต่อกับสหภาพพม่า
ทิศใต้                    *       ติดต่อกับจังหวัดพะเยา
ทิศตะวันออก       *         ติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทิศตะวันตก          *       ติดต่อกับจังหวัดเชียงใหม่


ดอกไม้ประจำจังหวัด     พวงแสด
ต้นไม้ประจำจังหวัด        กาสะลองคำ หรือ ปีบทอง















จวนมาแอ๋วเจียงฮาย...จากสาวเจียงฮายเจ้า

เหนือสุดในสยาม...
ชายแดนสามแผ่นดิน...
ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา
ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง...





ประวัติจังหวัดเชียงราย
เชียงราย เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำกก จึงเป็นดินแดนที่มีผู้คนเข้ามาตั้งหลักแหล่ง ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบในเขตที่ราบลุ่มรอบแม่น้ำกก สันนิษฐานว่า บริเวณนี้เป็นศูนย์กลางของชุมชนตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ.1800 เพราะมีร่องรอยของซากเมืองที่มีความเจริญ ทางวัฒนธรรมและศิลปะ ซากเมืองโบราณที่ค้นพบในปัจจุบันมีถึง 27 เมือง ตั้งแต่ อ.ฝาง ของเชียงใหม่ ซึ่งเป็นต้นแม่น้ำกก มาจนถึงเมืองเชียงแสน แสดงให้เห็นว่า มีชุมชนตั้งถิ่นฐานอยู่ในลุ่มแม่น้ำกก อย่างหนาแน่น และได้ขยายตัวสร้างบ้านแปงเมืองกันไม่ขาดสาย

ประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงรายเริ่มต้นในสมัยต้นพุทธศตวรรษที่ 19 โดยพญามังราย
(พ.ศ.1781 - 1860) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย บุตรของพญาลาวเม็ง ผู้ครองนครหิรัญนครเงินยาง (เชียงแสนในปัจจุบัน) ได้ขึ้นครองราชย์แทนพญาลาวเม็ง ในปี พ.ศ.1802 และได้ย้ายราชธานี จากเมืองหิรัญนครเงินยาง มาสร้างราชธานีแห่งใหม่ ที่ริมฝั่งแม่น้ำกก เมื่อ พ.ศ.1805 และได้ขนานนามว่า เชียงราย หมายถึง "เมืองของพญามังราย"

จากนั้นจึงได้รวบรวมหัวเมืองต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครือญาติสายเลือดลัวะจักราช เช่น เมืองเชียงไร เมืองไร เมืองปง เมืองเวียงคำ เชียงเงิน เชียงของ ฯลฯ เข้ามาไว้ในอำนาจ และแผ่อำนาจเข้าไปในเขตลุ่มน้ำปิง ปี พ.ศ.1839 ทรงย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ให้ชื่อราชธานีใหม่ว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์ เชียงใหม่" และครองราชย์อยู่ที่เชียงใหม่ตลอด โดยให้ราชโอรส ไปครองเมืองเชียงรายแทน เชียงรายจึงกลายเป็นเมืองบริวารของเชียงใหม่ไป

เมื่อพญามังรายสวรรคตลง ภายในอาณาจักรล้านนาอันมีเมืองเชียงใหม่เป็นราชธานีเกิดความแตกแยกกัน เจ้าผู้ครองนครแก่งแย่งชิงอำนาจกัน จนเกิดสงครามกลางเมือง พระเจ้าบุเรงนองฉวยโอกาส เข้าตีอาณาจักรล้านนาสำเร็จ พม่าจึงได้ปกครองอาณาจักรล้านนาเป็นเวลากว่า 200 ปี และได้ฟื้นฟูเมืองเชียงแสนขึ้นเป็นเมืองสำคัญ ในการปกครองของหัวเมืองฝ่ายเหนือ

ต้นพุทธศตวรรษที่ 24 สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี พญากาวิละ เป็นผู้ซึ่งมีบทบาทสูง ในการเกลี้ยกล่อมให้บรรดาเมืองต่างๆ ในล้านนา ร่วมมือกันต่อสู้กับพม่า แต่ยังไม่สำเร็จ จนกระทั่งสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ทรงส่งกำลังมาสนับสนุนพญากาวิละ ต่อสู้กับพม่าจนเป็นผลสำเร็จ ทรงสถาปนาให้เชียงใหม่เป็นประเทศราชของกรุงรัตนโกสินทร์ และทรงแต่งตั้งพญากาวิละเป็น "พระเจ้ากาวิละ" ปกครองเมืองเชียงใหม่ ในปี พ.ศ.2347 พระเจ้ากาวิละ ทรงยกทัพไปตีเมืองเชียงแสน และกวาดต้อนผู้คนออกจากบริเวณเมืองจนหมด เมืองต่างๆ รวมทั้งเมืองเชียงราย จึงถูกทิ้งให้เป็นเมืองร้าง

ต่อมาในปี พ.ศ.2386 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 เชียงรายได้รับการบูรณะขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในฐานะเมืองบริวารของเชียงใหม่ โดยมีเชื้อพระวงศ์ชั้นผู้ใหญ่เป็นเจ้าปกครองนคร

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงดำเนินนโยบายสร้างความเป็นเอกภาพทางการเมือง ประกาศจัดตั้งมณฑลพายัพขึ้น ในปี พ.ศ.2427 และยกเลิกหัวเมืองประเทศราชล้านนาไทย เมืองเชียงรายจึงจัดเป็นเมืองหนึ่งซึ่งขึ้นตรงต่อมณฑลพายัพ ในสมัยรัชกาลที่ 6 การปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลจึงถูกยกเลิก เชียงรายจึงได้จัดตั้งขึ้นเป็นจังหวัดหนึ่งของสยามประเทศมานับตั้งแต่นั้นมา